เนื้อหา
กลไกราคา
    กลไกราคา  หมายถึง  ตัวกำหนดการจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจที่มีปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคา คือ อุปสงค์และอุปทาน

    อุปสงค์
    อุปสงค์  คือ ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการของผู้ซื้อในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ณ ระดับราคาต่างๆ กัน  ความต้องการซื้อจะแตกต่างจากความต้องการทั่วไป  แต่จะต้องรวมอำนาจซื้อคือ เต็มใจและมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายสินค้านั้นด้วย  อย่างไรก็ตามปริมาณความต้องการซื้อนี้จะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีปัจจัยกำหนดอุปสงค์ตัวอื่นๆ  เปลี่ยนแปลงด้วย  เช่น  รายได้ของผู้ซื้อ  รสนิยมราคาสินค้าชนิดที่ใช้ทดแทนกันได้  เช่น  เนื้อหมูกับเนื้อไก่  เป็นต้นหากนำปริมาณความต้องการซื้อ ณ  ระดับราคาต่างๆ  กันมาจับคู่แสดงในรูปต่างๆ  จะได้เส้นอุปสงค์  เช่น  ส้มราคากิโลกรัมละ 25 บาท  นาย ก จะซื้อ 3 กิโลกรัม  ถ้าราคาเพิ่มขึ้นเป็น 30 บาท จะซื้อลดลงเหลือ 2 กิโลกรัม  เป็นต้น  แต่ถ้าหากราคาสูงขึ้นจนถึง  40 บาท ก็จะไม่มีผู้ซื้อเลย  ซึ่งเป็นไปตาม กฎของอุปสงค์


    ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์
    การที่ผู้บริโภคจะทำการซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในขณะใดขณะหนึ่งเป็นจำนวนเท่าใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. ราคาสินค้าและบริการ (ตามกฎของอุปสงค์) 
2. รายได้ของผู้บริโภค 
3. รสนิยมของผู้บริโภค 
4. สมัยนิยม 
5. การโฆษณาและเทคนิคการตลาด 
6. ราคาสินค้าหรือบริการอื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมกันหรือแทนกันได้ 
7. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาของผู้บริโภค 
8. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาของผู้บริโภค 
9. พฤติกรรมของผู้บริโภค  เช่น  ฤดูการ  การศึกษา 
10. ภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นๆ

อุปทาน
    อุปทาน  คือ  ปริมาณความต้องการเสนอขายสินค้าและบริการของผู้ขายในระยะเวลาใด  เวลาหนึ่ง ณ ระดับราคาต่างๆ กัน โดยผู้ขายเต็มใจจะขาย กล่าวคือ  ถ้าราคาต่ำปริมาณที่เสนอขายก็จะลดต่ำลงด้วย  และในทางตรงข้าม  หากระดับราคาสูงขึ้นก็จะมีปริมาณเสนอขายเพิ่มขึ้น  ซึ่งเป็นไปตาม กฎของอุปทาน ปัจจัยที่ทำให้อุปทานเปลี่ยนแปลง  เช่น  การเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีในการผลิต ราคาของปัจจัยที่ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ  การเปลี่ยนแปลงฤดูการ  การคาดคะเนราคาสินค้าและบริการของผู้ขาย
    การที่ผู้บริโภคจะทำการซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในขณะใดขณะหนึ่งเป็นจำนวนเท่าใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมายหลายชนิด  อันได้แก่
1.    ราคาสินค้า  เป็นค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อที่มีต่อสินค้านั้นๆ  ดังนั้น  เมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
2.    รายได้ของผู้บริโภค  เป็นงบประมาณหรือกำลังซื้อของผู้บริโภค
3.    จำนวนประชากร  ถึงแม้ว่าราคาสินค้าและรายได้ของผู้บริโภคแต่ละรายอาจไม่เปลี่ยนแปลงแต่ในกรณีที่ประชากรหรือจำนวนผู้ซื้อมีจำนวนที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
4.    ราคาสินค้าชนิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความต้องการบริโภคเนื้อไก่  ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับราคาเนื้อไก่  แต่ในขณะเดียวกันก็อาจขึ้นอยู่กับราคาเนื้อสุกรด้วย
5.    รสนิยมของผู้บริโภครสนิยมของผู้บริโภคมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปทาน
    การที่ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่
1. ราคาสินค้า  สินค้าที่ผู้ผลิตขายได้เป็นรายได้ผลตอบแทนที่ผู้ผลิต
 2. ต้นทุนการผลิต ถ้าหากปัจจัยการผลิตมีราคาสูงขึ้น  ผลกำไรสุทธิของผู้ผลิตย่อมน้อยลง 
3. ราคาสินค้าชนิดอื่น ในกรณีที่ผู้ผลิตสามารถเลือกสินค้าหรือธุรกิจได้ดีพอสมควร
4. เทคโนโลยีการผลิตที่นำมาใช้ 
5. สภาวะของตลาดและภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น 
6. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาสินค้าและบริการของผู้ผลิต (การเกิดกำไร)
7. จำนวนผู้ผลิตที่เป็นคู่แข่ง  (ราคาสินค้าและบริการชนิดเดียวกันที่มีการแข่งขันกัน) 
8. ฤดูกาล 
9. ปัจจัยอื่น  เช่น นโยบายรัฐบาล

 

เนื้อหารายวิชา